Custom Search

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ยิ่งกิน ยิ่งผอม/อาหารลดน้ำหนัก ง่ายๆของคุณ





ขัดใจจริงๆ เลยค่ะ เวลาเจอคู่มือเรียกความผอมสำหรับสาว กลัวอ้วน ไม่ว่าจะอยู่ในหนังสือเล่มไหน ก็เอาแต่บอกให้เราจำกัดปริมาณอาหาร ด้วยการนับปริมาณแคลอรีของอาหารที่เราทานเข้าไป แล้วเอาไปหักลบกลบหนี้กับปริมาณแคลอรีที่ใช้ไปในกิจกรรมต่างๆ อย่างกับเรามีเครื่องวัดแคลอรีแบบพกพา ยังไงยังงั้น แล้วอีกอย่างใครจะจำได้ว่าวันนี้เรากินอะไรไปบ้าง (


เพราะในชีวิตจริง การกะปริมาณแคลอรีถือเป็นเรื่องที่ยากเอาการทีเดียว WP จึงสรรหาวิธีง่ายๆ ในการเลือกรับประทานอาหาร จะได้ไม่ต้องนั่งนับปริมาณแคลอรีให้ปวดหัวอีกต่อไปก่อนเข้าโปรแกรม ศักดิ์สิทธิ์นี้ เราอยากให้คุณชั่งน้ำหนักไว้ก่อนในตอนเช้า แล้วหลังจากนี้ 2 สัปดาห์ลองกลับมาชั่งอีกครั้ง รับรองว่าจะพบกับความเปลี่ยนแปลง แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเรา ราวกับเป็นกฎเหล็กเลยนะคะ


1. กะปริมาณอาหารให้น้อยลงมื้อละ 20% ของที่เคยทาน เช่น ปกติทานข้าว 1 จาน ให้ลดลง 1 ใน 4 ทำเช่นนี้ทุกมื้อ อย่าไปคิดว่าคุณกำลังอดอาหาร เพราะการคิดแบบนี้จะทำให้มื้อต่อไปคุณรู้สึกหิวกว่าปกติ แต่แค่เตือนตัวเองไม่ให้กินซะจนอิ่มแปล้เท่านั้น


2. เลิกคิดถึงปริมาณแคลอรีของอาหารทุกชนิดที่คุณทาน ไม่ต้องห่วงว่าอาหารที่ทานเข้าไปจะมีปริมาณกี่แคลอรี ให้นึกไว้เสมอว่าการทานอาหารเป็นกิจกรรมที่มีความสุข หากคุณต้องทานอาหารด้วยความเครียด จะทำให้ขาดสติในการควบคุม และสุดท้ายจะหมดความอดทนในการควบคุมอาหารไปซะงั้น


3. อาหารบางอย่าง เช่น ของหวานจำพวกไอศกรีม ขนมขบเคี้ยว ข้อดีของขนมหวานๆ พวกนี้คือ ยิ่งกินยิ่งอร่อย ยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลิน ทานเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม แต่ข้อเสียคือ แค่กินไปนิดเดียว แต่ปริมาณแคลอรีทะลักสุดๆ แล้วรสชาติหวานหอมของมันก็จะทำให้เราปลอบใจตัวเองว่า ‘กินไปนิดเดียวไม่อ้วนเท่าไหร่หรอก’


4. ดื่มน้ำเปล่า 1-2 แก้วก่อนมื้ออาหาร หรือในระหว่างมื้อเมื่อรู้สึกหิว


5. ในอาหารแต่ละมื้อให้ทานผักสด หรือ ผลไม้มากๆ เข้าไว้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของมื้ออาหารยิ่งดี และถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ถนัดเรื่องการทานผักสด ให้ทานกับน้ำสลัดแล้วค่อยๆ ลดปริมาณน้ำสลัดลงจนคุ้นเคยกับรสชาติของผักสด หรือแรกๆ อาจทานผักลวกหรือผักนึ่งก็ได้และก่อนที่จะลงมือ ควรทานผักก่อนอาหารอย่างอื่นนะจ๊ะ


6. หากมีอาหารมากมายวางอยู่ตรงหน้าให้คุณเลือกรับประทาน (อย่างเช่นในมื้อบุฟเฟ่ต์) ให้ฝึกจนเป็นนิสัยว่า ควรเลือกอาหารจำพวกต้มหรือนึ่ง มากกว่าอาหารจำพวกผัดหรือทอด


7. ของหวาน ทานได้แต่แค่พอให้รู้สึกถึงรสชาติ เพราะถ้าคุณอดของหวานอาจมีข้ออ้างในใจได้ว่า ทำให้ฉันไม่สดชื่นเพราะร่างกายขาดน้ำตาล ทั้งที่จริงแล้วนี่เป็นเพียงข้ออ้างในใจ จึงแนะนำให้ทานขนมหวานได้พอรู้รสเท่านั้น


8. เครื่องดื่มประจำตัวของคุณต้องเป็นน้ำเปล่าเท่านั้น เพราะไม่มีน้ำตาล แถมยังช่วยให้การเผาผลาญพลังงานระดับเซลล์ทำงานได้ดีขึ้น


9. หยุดทันทีที่อิ่ม จงอย่าเสียดายของเป็นอันขาด ถ้าคุณยังอยากทานต่อให้นึกเทียบค่าอาหารที่เหลือกับค่ายารักษาตัวเมื่อป่วย ด้วยโรคที่มากับความอ้วน อันไหนน่าเสียดายมากกว่ากัน


10. ลองแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ สัก 6 มื้อ ห่างกันมื้อละ 2-3 ชั่วโมงเพื่อป้องกันไม่ให้คุณหิวจนเกินควร จนฟาดเรียบ ในมื้อเดียวเพราะนั่นคือการทานมากเกินความจำเป็น ที่สำคัญห้ามทานจุบจิบระหว่างมื้อเด็ดขาด


11. ออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง หรือถ้าใครสามารถกว่านั้นก็ตามสบายเลยจ้ะ เพียงแต่อย่าหักโหมจนเกินไป เพราะร่างกายอาจปรับตัวไม่ทัน


ปาร์ตี้ให้เต็มที่แต่ไม่ อ้วน/อาหารลดน้ำหนัก ง่ายๆของคุณ




ปาร์ตี้ให้เต็มที่แต่ไม่ อ้วน

จะทำอย่างไรล่ะปาร์ตี้สนุกๆ ไม่น่าพลาด....แต่ก็กลัวอ้วน ไปทีไรก็มีแต่ของอร่อยๆ ยั้งไม่อยู่ทุกที หลายคนคงเป็นแบบนี้แน่ โดยเฉพาะปาร์ตี้ตามโรงแรมที่มีบุฟเฟต์ให้อิสระในการตักกันจนลืมอิ่ม !

หลักการมีเพียงเล็กน้อยที่จะช่วยชะลอน้ำหนักตัวคุณได้ โดยต้องเข้าใจธรรมชาติของร่างกายกันก่อน คือ หนึ่ง ถ้ามีความรู้สึกหิวมาก ก็ย่อมต้องกินมาก เมื่อกินมากก็อ้วนได้ สอง เลือกชนิดอาหารที่มีแคลอรีต่ำก่อนตักเสมอ และสาม ยับยั้งปริมาณอาหารที่กินให้ได้ เหมือนที่ Dr.Azwiah Hashim ที่ปรึกษาด้านโภชนาการประเทศมาเลเซีย ฝากไว้ว่า “ There are no good foods or bad foods. The only bad thing about heavy dish, such as fried food for example, is the excessive amount we consume”

อาหารทุกชนิดที่คุณชอบจริงๆ แล้วก็สามารถกินได้ทั้งนั้น แต่ที่จะทำให้น้ำหนักขึ้นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่คุณกินเข้าไปต่างหาก ว่ามากเกินกว่าพลังงานที่ใช้ออกไปหรือเปล่าเท่านั้นเอง และนี่ก็คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้คนเราอ้วน!

ดังนั้นนักโภชนาการจึงแนะนำเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณไปปาร์ตี้ได้สบายใจขึ้นไว้ดังนี้

กินอาหารมื้อปกติก่อนไปปาร์ตี้

เชื่อหรือไม่หลายคนเมื่อรู้ว่าตัวเองมีปาร์ตี้หรือกินเลี้ยงในค่ำวันนั้น ก็มักจะใช้วิธีงดอาหารมื้อประจำ เพราะกลัวว่ามื้อเย็นกินมากแล้วจะยิ่งอ้วน แต่บางคนก็คิดต่างไป เช่น อดมื้อกลางวันด้วยเหตุผลที่ว่า “เก็บท้องไว้กินตอนเย็น” โดยยอมปล่อยให้ท้องว่างเพื่อจะไปเติมเต็มอาหารอร่อยๆ ให้เต็มคราบในมื้อเย็น ซึ่งเป็นความไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าคุณท้องว่าง และหิวมาก เมื่อถึงงานปาร์ตี้คุณจะเลือกกินแบบยั้งใจได้ยาก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้คุณไม่สามารถควบคุมน้ำหนักหรือทำตามหลักการ 3 ข้อในตอนต้นได้เลย เพราะความหิวจะทำให้คุณลืมทุกสิ่งและห้ามใจตัวเองได้ยาก

การจำกัดปริมาณอาหารเป็นเรื่องสำคัญมาก ในการควบคุมน้ำหนัก ดังนั้นในวันที่มีปาร์ตี้คุณอย่าปล่อยให้ตัวเองหิว คุณควรจะกินอาหารให้ครบมื้อแต่เปลี่ยนเป็นอาหารที่เบาขึ้น เช่น มื้อเที่ยงเคยกินข้าวขาหมูก็ลองเปลี่ยนเป็นขนมจีนน้ำยา ซึ่งคนที่ควบคุมน้ำหนักก็ไม่ควรกินมากเกินไปอยู่แล้วในแต่ละมื้อ หรือก่อนถึงเวลาปาร์ตี้คุณอาจจะรองท้องเล็กน้อยจากบ้านหรือที่ทำงานไปก่อน เช่น สแน็กเล็กน้อย หรือสลัดสักจานเล็กๆ อย่าปล่อยให้หิวมากแล้วไปลุยเต็มที่ในงานปาร์ตี้ วิธีกินรองท้องไปก่อนนี้จะช่วยให้คุณไม่รู้สึกหิวจนอยากอาหารมากเมื่ออยู่ในงานที่มีอาหารยั่วน้ำลายดารดาษอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกที่ไม่หิวมากจะช่วยให้คุณยั้งใจในการเลือกอาหารและตักอาหารในปริมาณน้อยได้ดี ทำให้คุณกินไม่มาก

รู้จังหวะสำคัญที่สุด

ในทุกงานปาร์ตี้คงเลี่ยงอาหารนานาชนิดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ บวกกับบางคนมีแนวคิดที่ว่า “เติมให้เต็มเป็นทุนไว้พรุ่งนี้” แบบนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดกันก่อนไปล่ะ ถ้าไม่อยากอ้วน

ลองวิธีนี้ดู หากงานปาร์ตี้นั้นเป็นแบบบุฟเฟต์ การตักอาหารครั้งแรก ให้คุณตักอาหารชนิดที่คุณอยากกิน ขอให้เลือกหลากหลายชนิดเข้าไว้ ซึ่งควรตักแต่พอประมาณเท่านั้น และให้กินอย่างช้าๆ ค่อยๆ เคี้ยวไม่ต้องรีบเพื่อกลับไปตักใหม่ หลังจากกินหมดในชุดแรกแล้ว ให้รอเวลาอีก 20 นาทีหรือกว่านั้น ถ้าคุณรู้สึกว่าอิ่มก็จงพอ ไม่ต้องไปตักเพิ่ม หรือถ้ายังอยากเติมอีกหน่อยก็ค่อยกลับไปตักใหม่ในปริมาณน้อย คุณอาจจะคุยสวนเสเฮฮากับเพื่อนๆ เดินแวะทักทายผู้คนให้เพลิดเพลินลืมเรื่องอาหารไปได้เหมือนกัน อีกทั้งการพูดคุยและการเดินคือการได้ระบายพลังงานที่สะสมอยู่ออกมารูปแบบหนึ่ง

ความสำคัญอยู่ที่ว่าการกินอาหารช้าๆ และหลากหลายจะได้ประโยชน์กับคุณมากที่สุด ทั้งการได้รับคุณค่าอาหารและการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากว่ากระบวนการย่อยอาหารเริ่มต้นขึ้นในปาก ตั้งแต่การเคี้ยว และในตัวเรามีสมองส่วนไฮโปธาลามัส (hypothalamus) ที่เป็นตัวคอยชี้นำความอิ่มอยู่ สัญญาณความอิ่มมักจะทำงานขึ้นหลังจากเราเริ่มต้นกินต่อเนื่องไปจน 20 นาที ก็จะรู้สึกอิ่มแล้ว สังเกตง่ายๆ ว่าคนที่หิวมากแล้วกินเข้าไปเต็มที่จะรู้สึกว่าอิ่มมากจนตัวพองในเวลาไม่เกินประมาณ 20 นาที ดังนั้นนึกดูว่าถ้าคุณกินช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป คุณก็จะรู้สึกอิ่มได้ในเวลา 20 นาที ปริมาณอาหารที่ได้รับก็จะไม่มากนัก ตรงข้ามกับคนที่กินเร็วเคี้ยวเร็ว มีโอกาสกลับไปตักอาหารเพิ่มอีก ซึ่งภายใน 20 นาทีของเขาย่อมได้รับปริมาณอาหารมากกว่าคุณแน่นอน

กินพอประมาณ - เลือกอาหารแคลอรีต่ำ

การไปปาร์ตี้สนุกได้เสมอและคุณสามารถลิ้มรสอาหารได้ทุกชนิดที่ต้องการ แต่ขอให้จำกัดปริมาณอาหารแต่เพียงหอมปากหอมคอ ชิมอย่างละนิดละหน่อย ถ้าจะเน้นปริมาณให้เน้นไปที่อาหารชนิดที่ให้แคลอรีต่ำ เช่น สลัดผัก ซุปใส ส้มตำ ยำวุ้นเส้น เป็นต้น

หากงานที่คุณไปจัดเป็นโต๊ะที่มีบริกรมาเสิร์ฟ คุณต้องกำชับเขาว่า “นิดหน่อยก็พอ” และถ้าเขาตั้งใจเสิร์ฟให้คุณรอบสองก็คงต้อง “พอก่อนดีกว่า” และหากว่าอาหารที่ขึ้นโต๊ะให้คุณตักเอง คุณก็ต้องเลือกกินอาหารที่ไขมันน้อยที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ไก่อบ ควรเลือกเนื้อบริเวณหน้าอกไม่ติดหนัง จะมีไขมันต่ำที่สุด หรือเลือกเป็นเมนูประเภทปลาก็น่าสนใจ นอกจากนี้ก็ควรกินอาหารที่มีน้ำเกรวี่หรือน้ำมันหอยราดมาด้วยแต่น้อยเช่นกัน

ส่วนของหวานถ้าเป็นเบเกอรี่ ช้อคโกแล็ต พุดดิ้ง ไอศกรีม ขนมที่มีกะทิ คงชิมได้อย่างละนิดก็เกินพอ แล้วเลี่ยงมากินผลไม้สด ฟรุ้ตสลัด เยลลี่ น่าจะเหมาะกว่า

นอกจากเคล็ดลับการกินอาหารให้ไม่อ้วนในงานปาร์ตี้แล้ว เรายังมีแนวคิดในการปรับพฤติกรรมประจำวันเพื่อช่วยรักษาน้ำหนักตัวคุณในช่วงเทศกาลงานเลี้ยงนี้แถมอีกด้วย ... เพื่องานปาร์ตี้แสนสนุกที่คุณไม่อยากพลาด

ลดน้ำหวานและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงบ้าง

เครื่องดื่มเป็นตัวสำคัญที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวได้มากเชียวล่ะ โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะให้พลังงานมาก ( 7 กิโลแคลอรี ต่อกรัม) จึงทำให้อ้วนง่าย ไม่แพ้น้ำหวาน หรือน้ำอัดลม ในช่วงเทศกาลเช่นนี้ คุณอาจต้องไปงานเลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็คงไม่พ้นการดื่ม ดังนั้นคุณควรต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มในชีวิตประจำวันเสียบ้าง เช่น คนที่เคยดื่มน้ำอัดลมทุกมื้ออาหาร หรือดื่มเบียร์เป็นประจำทุกเย็นย่ำ ช่วงนี้คงต้องงด แล้วเปลี่ยนไปดื่มน้ำผลไม้ น้ำแร่ หรือน้ำเปล่าแทน เพราะคุณมีงานปาร์ตี้รออยู่ ซึ่งหากคุณไม่ลดการดื่มเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงในชีวิตประจำวันเหล่านี้ลงบ้าง แล้วยิ่งไปเพิ่มการดื่มในงานปาร์ตี้เข้าไปอีก รับรองว่าเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความอ้วนแน่นอน

ใช้พลังงานให้มากขึ้น

แน่นอนที่สุดค่ะ เมื่อเราได้รับพลังงานจากอาหารเข้าไปเท่าไรก็ย่อมต้องใช้พลังงานออกมาให้เท่าเทียมหรือมากกว่าจึงจะไม่อ้วน ร่างกายของคนเราเป็นกลไกอัตโนมัติที่ธรรมชาติสร้างมา เช่น บางคนเคยกินอาหารได้พลังงาน 2,000 แคลอรีต่อวัน ร่างกายก็จะเคยตัวและต้องการพลังงาน 2,000 แคลอรีทุกวัน หากคุณไม่ออกกำลังกายหรือใช้พลังงานไม่หมดก็จะสะสมเป็นไขมันจนกลายเป็นความอ้วน แต่ถ้าคุณกินให้น้อยลงกว่า 2,000 แคลอรีต่อวัน ร่างกายของคุณก็จะดึงเอาพลังงานที่สะสมไว้ออกมาใช้ น้ำหนักตัวจึงลดลงได้

ดังนั้นในช่วงเทศกาลการกินในเดือนแห่งการฉลองนี้ อย่าลืมว่านอกจากงานเลี้ยงสังสรรค์ แล้วยังมีของขวัญ ของฝากไม่น้อยเลยที่นิยมให้เป็นขนม คุณคงทนไม่ไหวแน่ที่จะมองของขวัญชิ้นอร่อยนั้นเฉยๆ ไหนตอนเย็นต้องไปปาร์ตี้อีก ทางหนึ่งที่จะควบคุมน้ำหนักตัวได้ในยามนี้คือการออกกำลังกายหรือใช้พลังงานให้มากขึ้น เช่น เล่นกีฬา เข้าฟิตเนส ให้ถี่ขึ้นและใช้เวลาในแต่ละครั้งให้นานขึ้น คนไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนก็อาจเริ่มต้นด้วยกิจกรรมง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน เช่น เริ่มวิ่งรอบบ้านทุกเช้า กระโดดเชือก เป็นต้น นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่มการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันให้มากขึ้นได้ เช่น เปลี่ยนจากขึ้นลิฟท์มาขึ้นบันไดแทน เดินออกไปกินมื้อเที่ยงแทนการสั่งเข้ามาในที่ทำงาน ทำงานบ้านด้วยตัวเองมากขึ้น หรือล้างรถเองแทนการนำรถไปล้างตามปั๊มน้ำมัน เป็นต้น

นอนหลับให้เพียงพอ

คุณเชื่อไหมว่าคนที่นอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นสาเหตุให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ มีการวิจัยพบว่าคนที่นอนหลับพักผ่อนน้อยจะทำให้ร่างกายเกิดการเร่งการเผาผลาญ (metabolism) มากขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกหิวบ่อยขึ้นกว่าปกติ จนทำให้ต้องหาอะไรใส่ท้องบ่อยขึ้นด้วย ปริมาณพลังงานที่ได้รับก็ย่อมมากขึ้นตามไป และนี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรอดนอน

หลากวิธีเหล่านี้ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ แต่ต้องอาศัยความตั้งใจสักหน่อย ในการควบคุมน้ำหนักตัวให้ได้ดี เมื่อเทศกาลแห่งความรื่นรมย์มาเยือน อย่าปล่อยให้การไปสังสรรค์ปาร์ตี้หมดสนุก

เพราะมัวแต่กลัวอ้วนจนไม่กล้าแตะต้องอาหาร แล้วไปทรมานตัวเองด้วยการนั่งดูคนอื่นกินแต่ของอร่อย คุณอย่ากังวลไปแต่ลองใช้เคล็ดลับต่างๆ ดังว่าดู แล้วก็สนุกให้เต็มที่กับงานปาร์ตี้มันๆ



วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เทคนิค ลดน้ำหนัก หลังคลอด/ อาหารลดน้ำหนัก ง่ายๆของคุณ



เทคนิค ลดน้ำหนัก หลังคลอด

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก คู่แต่งงานหลายคู่ เมื่อแต่งกันแล้วแน่ละใครบ้างหละไม่อยากจะมีพยานรักตัวน้อยๆเอาไว้เชยชม แต่แหม กว่าจะได้เชยชมนี่ เล่นเอาผู้ที่กำลังจะเป็นแม่ หนาวกันเป็นแถบๆ ไม่ใช่อะไรหรอก ก็รูปร่างอันสะโอดสะอง ที่อุตส่าห์ อดมื้อกินมื้อเพื่อความสวยนี่สิ มันจะมลายหลายไปในพริบตาชั่วเวลาไม่กี่เดือน ไหนจะผิวพรรณ ที่ผุดผ่องจะต้องมีคราบไคลที่ขัดเท่าไหร่ก็ไม่ออก อีกหน้าตาที่เคยเปล่งปลั่ง ก็ต้องบวมจมูกบาน โอ้ย! นึกแล้วน่าใจหาย คลอดไปแล้วก็ไม่รู้จะกลับมาสวยได้เหมือนเดิม กินน้อยๆ เพื่อรักษาหุ่นจะดีมั้ยน้า…

อย่าเชียวนะ คุณที่กำลังจะเป็นแม่ทั้งหลาย อย่าคิดเช่นนี้ การตั้งครรรภ์ไม่ได้น่ากลัวอย่างนั้นนะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณจะค่อยๆหายไปภายใน 6 เดือนหลังคลอด สอบถามจากคุณ"วาว" คุณแม่ที่รู้จักกัน ตอนท้องเธอน้ำหนักขึ้นถึง 24 กิโล หลังคลอดมาแล้ว 3 เดือน ลดลงไปตั้ง 20 กิโล ไปกระซิบถามมาให้แล้วค่ะ ว่าเธอมีวิธีรีดน้ำหนักออกได้อย่างไร

เรามาเริ่มดูกันตั้งแต่หลังที่ลูกน้อยคลอดออกมาเลยดีมั้ย เมื่อคลอดมาแล้วเธอไปชั่งน้ำหนักช่างน่าตกใจลงไปแค่ 5-6 กิโลเอง นั่นคือน้ำหนักของตัวเด็กและรก แต่ไม่ต้องตกใจนะ เพราะตอนนั้นตัวคุณแม่เองทั้งพอง ทั้งบวม มันจะยุบลงอีกค่ะ พอกลับมาบ้านแล้ว ต้องควบคุมอาหารอย่างจริงจัง อาหารทอดทั้งหลายควรหลีกเลี่ยง เปลี่ยนมาเป็นพวก นึ่ง ต้ม ปิ้ง ย่าง จะดีกว่า อ้อ ไม่ใช่เอาเนื้อติดมันอย่างเสือร้องไห้มาย่างหละ อันนี้ไม่ได้ผลนะคะ พวกมันๆ หรือหนังทั้งหลาย เขี่ยทิ้งให้หมด ไม่งั้นไม่สวยนะ ทานพวกโปรตีน วิตามิน เกลือแร่เยอะๆ ทานข้าวน้อยๆ หนักกับข้าวไว้ ผลไม้ กินเข้าไป ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายด้วยค่ะ แล้วนมอย่าลืม ต้องเป็นนมพร่องมันเนย ไขมันต่ำนะคะ ทานน้ำเยอะๆด้วยนะ และที่สำคัญยิ่ง ควรให้ลูกทานนมแม่ด้วย น้ำหนักลงเร็วแน่นอน (เทคนิคเล็กๆก่อนให้นมลูกสัก 10 นาที ให้ดื่มน้ำเยอะๆ) นอกจากทานอาหารแล้ว ก็ต้องมีการออกกำลังกายด้วยค่ะ จำไว้ว่า ร่างกายของคุณยังไม่ปกติดีเหมือนคนทั่วไป ต้องมีการพักฟื้น ควรเริ่มจากการยืดเส้นยืดสายสบัดแขนสบัดขาไปก่อนอย่าไปหักโหมมาก จะเจ็บตัวเปล่าๆ และต้องทำตัวให้กระฉับกระเฉงตลอดเวลาด้วยนะคะ ดิฉันมีวิธีบริหารส่วนต่างๆที่คุณแม่ทั้งหลายต้องมีปัญหานำไปปฎิบัติกันค่ะ

ส่วนแรกคือหน้าท้อง

ขั้นแรก นอนราบกับพื้น ยกขาชันเข่าขึ้น มือวางไว้ที่ท้ายทอย จากนั้นพยายามยกศรีษะขึ้นจากพื้นช้าๆ และลงราบกับพื้นให้ท้องแบนราบเลยนะคะ แล้วค่อยยกขึ้นใหม่ ทำอย่างนี้ 10 ครั้งค่ะ ถ้าร่างกายคุณแข็งแรงพอแล้วค่อยเพิ่มค่ะ และเมื่อคุณเริ่มแข็งแรงพอแล้ว ให้ทำในท่าเดิมแต่ยกเป็น 2 จังหวะ คือเมื่อยกแล้วให้หยุดแล้วยกต่อจังหวะที่สองจากนั้นก็วางศรีษะลง ทำ 10 ครั้งเมื่อแข็งแรงก็เพิ่มได้ค่ะ

และท่าสุดท้ายสำหรับการบริหารหน้าท้อง อาจจะยากสักหน่อยนะคะ เพราะต้องใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องจริงๆ ให้นอนราบกับพื้น ยกขาขึ้นชันเข่า มือประสานไว้ที่ท้ายทอย ยกตัวขึ้นนับ 1 บิดไปทางขวานับ 2 บิดไปทางซ้ายนับ 3 หยุด แต่อย่าเพิ่งเอาหัวลงนะคะ ยกขึ้นมาอีกครั้งนับ 4 แล้วจึงวางหัวราบลงกับพื้น ท่านี้ไม่ขอจำกัดค่ะ ให้คุณทำเท่าที่คุณทำได้ ** การบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง สำคัญคุณต้องเกรงหน้าท้อง และยกหัวขึ้นด้วยลำตัว อย่ายกมันด้วยมือที่อยู่ตรงท้ายทอย เพราะมันจะทำให้การออกกำลังกายของคุณไม่ได้ผลค่ะ **

ท่าบริหารต้นขา

ยืนตรง แยกขาออกพอย่อตัวลงได้ จากนั้นย่อตัวลงแตะพื้น อะ..อะ ไม่ใช่การก้มตัวไปเหมือนท่านักวิ่งนะคะ ให้ย่อตัวลง หลังตรงค่ะ ท่านี้ทำแล้วจะปวดขา แต่มันได้ผลนะคะ ทำ 10 ครั้งค่ะ

ถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว รับรองค่ะ 3 เดือนหลังคลอดเห็นผลแน่นอน..


วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เตือนเด็กๆ ยิ่งอดอาหาร “น้ำหนัก” ยิ่งเพิ่ม




เตือนเด็กๆ ยิ่งอดอาหาร “น้ำหนัก” ยิ่งเพิ่ม

เด็ก ๆ ที่พยายามควบคุมน้ำหนักด้วยการอดอาหารมีแนวโน้มจะน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าเด็กที่กินตามปกติ

บีบีซีนิวส์ - นักวิจัยอเมริกันเผย เด็ก ๆ ที่พยายามควบคุมน้ำหนักด้วยการอดอาหารมีแนวโน้มจะน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าเด็กที่กินตามปกติ โดยอาจเป็นเพราะร่างกายเผาผลาญอาหารได้ดีขึ้น หรือไม่ก็เป็นเพราะเด็ก ๆ ที่ควบคุมน้ำหนักนั้นมีแนวโน้มจะกลับมากินเป็นพายุบุแคมมากขึ้น

"แม้ว่าการควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ จะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนที่มีน้ำหนักมากเกินไป ข้อมูลของเราชี้ว่าการอดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักนั้นไม่ได้ผลสำหรับเด็ก ๆ รุ่นหนุ่มสาวหลายคน เผลอ ๆ จะทำให้น้ำหนักขึ้นด้วยซ้ำ" ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารกุมารเวช พีดิเอทริกส์ ระบุ

งานวิจัยชิ้นดังกล่าว เป็นผลงานของคณะนักวิจัยจากรงพยาบาลบริกแฮมแอนด์วีเมน ในบอสตัน ซึ่งทำการศึกษาเด็กชายและหญิงอายุระหว่าง 9-14 ปี กว่า 16,000 คน ตั้งแต่ปี 1996 - 1998 โดยศึกษาพฤติกรรมการกิน โดยให้เด็กตอบแบบสอบถาม พวกเขาพบว่า เด็กหญิงราว 30% และเด็กชายราว 16% ยอมรับว่ากำลังควบคุมน้ำหนักด้วยการอดอาหารในระหว่างที่มีการศึกษา

ผลการศึกษาชี้ว่า แม้เด็กที่อดอาหารจะออกกำลังกายและกินอาหารแคลอรีต่ำกว่าเพื่อน แต่พวกเขาก็น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าคนที่ไม่อดอาหาร

เด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเผยว่าเธออดอาหารเป็นประจำบอกว่า น้ำหนักของเธอเพิ่มขึ้นมากกว่าเพื่อนผู้หญิงวัยเดียวกันที่ไม่อดอาหารราวปีละ 1 กิโลกรัม ส่วนเด็กที่อดอาหารถี่น้อยกว่า น้ำหนักเพิ่มน้อยกว่าเด็กหญิงคนแรกเล็กน้อย แต่ก็ยังมากกว่าคนที่ไม่อดอาหาร ทั้งนี้การศึกษาในเด็กผู้ชายก็ให้ผลลักษณะเดียวกัน

นักวิจัยสงสัยว่าเด็กที่อดอาหารอาจมีน้ำหนักขึ้นเพราะ กระบวนการเผาผลาญอาหารของร่างกายมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องใช้แคลอรีลดลง อาหารที่กินเข้าไปจึงกลายเป็นส่วนเกินในที่สุด แต่ที่น่าเป็นไปได้มากกว่าก็คือ เด็ก ๆ มักควบคุมอาหารเคร่งครัดได้ไม่นาน และมักจะกลับมากินเป็นพายุบุแคมอีก ซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น

นักวิจัยแนะนำว่า เด็ก ๆ ที่ไม่ได้น้ำหนักเกินถึงขั้นรุนแรง ควรเลือกควบคุมน้ำหนักโดยใช้วิธีที่ยั่งยืน ซึ่งประกอบไปด้วยการออกกำลังกาย และไม่จำเป็นต้องควบคุมแคลอรีอาหารเคร่งครัด


กินวิตามินซี (เม็ด) ดีมั้ยครับ



วิตามินซี ชนิดเม็ดที่ปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อและหลายรส ทำมาจากอะไร หรือมีประโยชน์อย่างไร ตอนเด็ก ๆ หลายคนชอบกินวิตามินซีชนิดเม็ด เพราะคุณพ่อคุณแม่หาซื้อมาประเคน นัยว่าป้องกันโรคลักปิดลักเปิด พอโตขึ้นหลายคนก็ยังกินอยู่ เพราะสะดวก หรือบางคนอาจจะไม่ชอบกินผลไม้ แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า


นพ.กฤษดา กล่าวว่า วิตามิน ซีชนิดเม็ดที่ขายกันอยู่มีทั้งวิตามินซีธรรมชาติ และสังเคราะห์ โดย ชนิดที่เป็นสารสัง เคราะห์ ประกอบด้วย กรดแอสคอบิก ผสมกับน้ำเชื่อมข้าวโพด หรือ คอร์นไซรัป มีการเติมสี แต่งกลิ่น แต่งรส ดังนั้นการกินวิตามินซีชนิดเม็ดจะได้ความหวานด้วย โดยเฉพาะที่เป็นชนิดแบบอมเล่น รสผลไม้ ทั้งหลาย

ถามว่าวิตามินซีชนิดเม็ดให้คุณค่าเช่นเดียวกับผลไม้ที่มีวิตามินซีหรือไม่ ขอเรียนว่า ถ้าเป็นวิตามินซีธรรมชาติจะให้คุณค่าไม่ต่างจากผลไม้อุดมวิตามินซีทั่วไป แต่ถ้าเป็นวิตามินซีสังเคราะห์มีงานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าอาจทำให้เกิด มะเร็งมากขึ้นในหนูทดลองและทำให้หลอดเลือดแข็งตีบในคนได้

โดยหลักในการเลือกซื้อวิตามินซีธรรมชาติไม่ให้ดูแค่คำว่า ธรรมชาติ หรือ Natural ข้างฉลากเท่านั้น หากแต่ต้องดูคำว่า ผลิตจากผักและผลไม้ในสภาวะที่เหมาะสม หรือ Made from fruits and vegetables below 70 degrees แทน

สำหรับความจำเป็นในการกินวิตามินซีชนิดเม็ด นพ.กฤษดา บอกว่า หากกินผักผลไม้ไม่ค่อยไหวก็อาจรับประทานได้บ้าง แต่ไม่ใช่ใช้แทน เพราะอย่างไรก็ดีวิตามินจะดูดซึมได้ดีต้องมีสารธรรมชาติบางชนิดในผลไม้นั้น ๆ ช่วยด้วย ดังนั้นสูตรสำเร็จสำหรับผู้รักที่จะกินวิตามินซีก็คือ กินอาหารเสริมบวกอาหารสดนั่นเอง

อาหารที่มีวิตามินซีมาก ได้แก่ ฝรั่งกลมสาลี่ มะขามเทศ มะขามป้อม มะละกอแขกดำ พุทรา แอปเปิ้ล และส้มโอขาวแตงกวา ซึ่งจะสังเกตได้ว่าความเปรี้ยวไม่ใช่ตัวบอกวิตามินซี เพราะจะเห็นว่าผลไม้เปรี้ยวจัดอย่างมะยมหรือลูกเสาวรสไม่ติดอันดับต้น ๆ เลย

นอกจากนี้อาหารธรรมชาติที่นึกไม่ถึงอีกชนิดที่มีวิตามินซีมาก คือ ปลาทะเลดิบ มีกรด แอสคอบิกมากเป็นพิเศษ จะเห็นได้ว่าชาวเอสกิโมนั้นแม้ไม่ค่อยได้บริโภคพืชผักผลไม้ ก็ยังไม่เป็นโรคขาดวิตามินซี

กลุ่มคนที่ควรรับประทานวิตามินซี คือ ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่เป็นโลหิตจางและผู้รับประทานมังสวิรัติ เพราะบุหรี่หนึ่งมวนจะผลาญวิตามินซีไปเท่ากับส้มเขียวหวานราว 1 ผลเลยทีเดียว ส่วนโลหิตจางบางชนิดกับคนกินมังสวิรัตินั้นมักขาดธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์จึง ต้องอาศัยวิตามินซีช่วยจับธาตุเหล็กให้มากขึ้นแทน รวมถึงผู้ที่เริ่มสูงวัยหรือผิวพรรณเริ่มเสื่อมไป วิตามินซีจะช่วยกวาดสนิมแก่ ช่วยเพิ่มคอลลาเจน ซึ่งเป็นเสมือนกระดูกของผิวให้คงรูปไม่เหี่ยวย่นเร็วเกินวัย วิตามินซียังช่วยเสริมภูมิให้กับผู้ป่วยภูมิแพ้เรื้อรัง ไอเรื้อรังหรือเป็นหวัดบ่อย นอกจากนี้ยังแก้เครียดด้วย เพราะเกี่ยวพันกับต่อมหมวกไตในการสร้างฮอร์โมนต้านเครียดและการอักเสบชื่อ ว่า คอติซอล

กินมากไปมีผลเสียหรือไม่ ? นพ.กฤษดา กล่าวว่า มีแน่นอน การกินนับสิบ ๆ เม็ดหรือบ้างก็ใช้ฉีดเข้าเส้นกันโดยหวังว่าจะรักษามะเร็งและโรคร้ายอื่นได้ มีงานวิจัยที่แสดงว่าวิตามินซีปริมาณมากอาจทำให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ได้ เพิ่มอัตราการเกิดมะเร็งในหนูทดลอง ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบแข็งในมนุษย์ ทำให้ขาดธาตุทองแดงและน้ำย่อยสำคัญในร่างกาย

ส่วนอาการเตือนในช่วงแรกที่กินมากไปทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ที่สังเกตได้ อาทิ คลื่นไส้ ถ้ากินมากถึงแก่อาเจียน แสบร้อนกระเพาะอาหาร จุกใต้ลิ้นปี่ ระคายทางเดินอาหาร ถ่ายเหลว ปัสสาวะสีเข้ม

อย่าง ไรก็ตามไม่ต้องตระหนกอกสั่นกับ วิตามินซีเป็นพิษ มาก เพราะว่ามันละลายน้ำได้ ถ้าได้เยอะเกินไปร่างกายจะขับออกทางปัสสาวะโดยอัตโนมัติ ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร จะแย่หน่อยก็ตรงเสียดายว่ามันจะกลายเป็นฉี่แพงไปหน่อยเท่านั้นเอง


5 ความลับที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

หลายคนอยากลดน้ำหนัก แต่การเริ่มต้นดูเหมือนยากเย็นเหลือเกิน ตัวเลขบนตาชั่งก็ไม่ได้ลดลงอย่างที่คุณอยากให้เป็น สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นกับคุณได้ แต่คุณต้องจำไว้ด้วยว่า การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง จำเป็นต้องใช้เวลาและความอดทน จิตใจและวินัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เพื่อช่วยให้ความฝันของคุณที่จะมีสุขภาพที่ดีและรูปร่างที่สวยงาม เราจึงความลับง่ายๆ ในการปรับตัวเพื่อช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

ความลับในการลดน้ำหนักที่ 1 : ทำให้มันง่ายเข้าไว้

การควบคุมอาหารและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้พลังงานน้อย เป็นสิ่งสำคัญในการลดน้ำหนักให้ได้ผล แต่ความยุ่งยากในการหาอาหารเหล่านี้มาทานมักเป็นตัวบั่นทอนความตั้งใจของเรา ได้ คุณจึงควรหาอาหารที่ทานง่าย ไม่ต้องเสียเวลาปรุง ที่ให้พลังงานต่ำ สารอาหารครบ ใยอาหารสูงมาติดบ้านและตู้เย็นไว้ อย่างเช่น ผักผลไม้ต่างๆ จำพวก แอปเปิ้ล องุ่น ส้ม สาลี่ หรือถั่วต่างๆ โดยเฉพาะถั่วเปลือกแข็ง รวมถึงธัญพืชอื่นๆ แบบเต็มเมล็ด หิวคราวใดก็หาผลไม้ในตู้เย็นมาทาน

ความลับในการลดน้ำหนักที่ 2 : มีแผนฉุกเฉินยามอดใจไม่ไหว

แน่นอนว่า คุณต้องมีช่วงเวลาแห่งการเผลอใจบ้างหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการอดทานอาหารที่โปรดปราน หรือความหิว หรืออะไรก็ตาม อาจเป็นตัวทำลายความตั้งใจของคุณลงได้ คุณจึงจำเป็นต้องมีวิธีรับมือกับความรู้สึกเล่านี้

เตรียมสิ่งที่จะบอกตัวเองยามท้อ: คิดหาคำเตือนตัวเองเสมอว่า คุณต้องการมีสุขภาพที่ดี มีรูปร่างที่ดี คุณคงไม่อยากเสียเวลาที่ผ่านมาโดยเปล่าประโยชน์

เสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเอง: หากรู้สึกเหนื่อยเกินไปกับการลดน้ำหนัก ก็ลองผ่อนลงดูบ้างเป็นช่วงๆ อย่าทำอะไรที่ตึงเกินไป หรือหย่อนเกินไป เดินทางสายกลางเข้าไว้ ลองใช้เวลาว่างในการทำงานบ้าน หรืองานอดิเรกที่ชื่นชอบแบบว่าที่ต้องใช้แรงด้วย อย่างเช่น ปลูกต้นไม้ เดินป่า ปีนเขา

ความลับในการลดน้ำหนักที่ 3 : ใส่ชุดที่คุณอยากใส่

พยายามหาเสื้อผ้าที่คุณใส่แล้วสวย หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าเพื่อปิดบังไขมันส่วนเกิน เพราะชุดเหล่านี้มักจะทำให้คุณดูเชย ทำให้คุณหมดกำลังใจได้ง่ายๆ เมื่อน้ำหนักเริ่มลด คุณก็ควรหาเสื้อผ้าที่อวดรูปร่างคุณมากขึ้น มันจะทำให้คนสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น และมันฏ้จะเป็นกำลังใจที่ดีให้คุณ

ความลับในการลดน้ำหนักที่ 4 : เตรียมพร้อมที่จะทำเพื่อตัวเอง

แน่อนว่าการลดน้ำหนักให้ได้ผล จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของคุณบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน หรือการออกกำลังกาย คุณจำเป็นต้องให้เวลาตัวเองกับสิ่งเหล่านี้ให้เพียงพอ การให้เวลากับคนอื่นมากเกินไป อาจทำให้คุณไม่สามารถบรรลุผลการลดน้ำหนักได้ ลองทำรายการสิ่งที่คุณต้องทำให้คนอื่น เปรียบเทียบกับรายการที่คุณต้องทำเพื่อตัวเองในการลดน้ำหนัก แล้วตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือบั่นทอนการลดน้ำหนักของคุณออกไป แล้วแทนที่ด้วยสิ่งที่คุณเพื่อลดน้ำหนักให้ได้ผล

หากคุณกลัวว่าจะกระทบถึงความสัมพันธ์ หรือทำให้คนอื่นผิดหวัง ลองชั่งน้ำหนักดูว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน โดยวาดจุด 2 จุด จุดหนึ่งคือจุดที่คนอื่นผิดหวังจากการควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกาย อีกจุดหนึ่งคือจุดที่คุณผิดหวังหากคุณไม่สามารถลดน้ำหนักดังหวังได้ แล้วลองดูภาพใหญ่ว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน คุณอาจค่อยปรับวิธีการของคุณจนได้จุดสมดุลระหว่างสองจุด

ความลับในการลดน้ำหนักที่ 5 : ตามใจตัวเองให้เต็มที่

การลดน้ำหนัก เป็นการสร้างวินัย ต้องบังคับตัวเองให้ทานอาหารอย่างพอเหมาะและออกกำลังกายอย่างเพียงพอ ซึ่งอาจทำให้คุณเครียดได้ คุณจึงควรให้ตัวเองได้คลายเครียดบ้าง แต่จะต้องไม่กระทบวินัยในการลดน้ำหนักของคุณ คุณอาจหาเวลาพักผ่อนเข้าสบา อบไอน้ำ นวดตัวนวดหน้า เสริมสวยอย่างที่คุณต้องการ

10 ทริคง่ายๆ ช่วยลดน้ำหนักให้เร็วขึ้นครับ

หลายต่อหลายคนรู้สึกว่าการลดน้ำหนักของตนเองไม่ได่ดั่งใจ ทั้งที่ก็เข้มงวดกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่นั้นก็อาจจะไม่พอสำหรับบางคน ลองปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตที่เป็นอยู่เพื่อให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น และในก็ไม่ยากเกินความสามารถ

ทริคการลดน้ำหนักที่ 1: เริ่มต้นวันใหม่ด้วยผลไม้
อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณกำลังลดน้ำหนักอยู่หรือไม่ คุณไม่ควรละลเยการรับประทานอาหารเช้าที่มีคุณภาพ ลืมไปเลยการกินอาหารเช้าแบบเร่งด่วน เพียงกาแฟถ้วยเดียว กับขนมปังหนึ่งคู่ คุณต้องทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในมื้อเช้า โดยเน้นไปที่ ธัญพืชไม่ขัดสี ผักผลไม้ และนม
หากคุณเร่งรีบในช่วงเช้า คุณควรทานนมใส่ธัญพืช หรือซีเรียล พร้อมด้วยผลไม้สด ไม่ว่าจะเป็นกล้วย สตรอเบอรี่ แอปเปิ้ล

ทริคการลดน้ำหนักที่ 2: ดื่มนม
หลายคนอาจคิดว่านมเป็นส่วนที่ทำให้อ้วน แต่นมเป็นแหล่โปรตีนและแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างมีคุณภาพ ลองดื่มน้ำไขมันต่ำ วันละ 1-2 แก้ว

ทริคการลดน้ำหนักที่ 3:อย่ากิน หลังพระอาทิตย์ตก
คาร์โบ”ฮเดรตที่ไดจากแป้งขัดสีและน้ำตาลเป็นส่วนที่ให้พลังงานกับคุณ แต่หากคุณใช้ไม่หมดมันก็จะเก้ฐสะสมไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายของคุณในรูปของไขมัน โดยเฉพาะการทานคาร์โบไฮเดรตในช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาที่คุณใช้พลังงานน้อยลง จะทำให้คุณอ้วนได้โดยไม่รู้ตัว คุณไม่ควรกินอาหารพวกแป้งขัดสี และน้ำตาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมหวาน ขนมปังต่างๆ หลัง 4 โมงเย็น
หากคุณต้องใช้พลังงานในตอนเย็น และกลังว่าจะหมดแรงเสียก่อน คุณควรกินคาร์โบไฮเดรตให้มากในมื้อเช้า ซึ่งพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตที่คุณทานเข้าไป จะค่อยถูกนำออกมาใช้ตลอดทั้งวัน ในมื้อเย็นคุณควรหาผักผลไม้ที่ให้กากใยสูงมาช่วยให้คุณอยู่ท้อง

ทริคการลดน้ำหนักที่ 4: ยืนเผาผลาญพลังงาน
หากกิจกรรมใดที่คุณสามารถยืนทำได้ คุณควรยืนทำมัน เช่นการรีดผ้า หรือเลือกเล่นเวทในท่ายืนแทนการนั่ง

ทริคการลดน้ำหนักที่ 5: กระโดด เต้น เขย่ง
โบกมือลากับเครื่องอิลิพทิคอลในยิมได้เลย การออกกำลังกายด้วยการวิ่ง กระโดด อย่างอิสระ จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อมากกว่า และสร้างความแข็งแรง กระชับรูปร่างได้ดีกว่าด้วย
ทริคการลดน้ำหนักที่ 6: เข้านอนให้ถูกเวลา
คุณควรเข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม และไม่ควรเกิน 5 ทุ่ม ยิ่งคุณนอนดึกเท่าไร คุณก็ยิ่งมีโอกาสกินเกินความจำเป็นมากเท่านั้น

ทริคการลดน้ำหนักที่ 7: เดินให้มากเข้าไว้
การเดินทางด้วยรถ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับ คุณแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณอ้วนได้เช่นกัน หากคุณต้องไปทำธุระไม่ไกล คุณควรเลือกที่จะเดิน แทนการขับรถ การเดินจะช่วยให้คุณได้ใช้พลังงาน ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้พร้อมกับดีต่อสุขภาพคุณด้วย รวมไปถึงยังช่วยลดภาวะโลกร้อน

ทริคการลดน้ำหนักที่ 8:ระวังเกลือ
การทานเกลือมากเกินไป จะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้มาก น้ำหนักตัวคุณก็จะขึ้นไปตามปริมาณน้ำในร่างกายเช่นเดียวกัน

ทริคการลดน้ำหนักที่ 9: สูตรการออกกำลังกาย 30-30
ใน 30 นาทีแรก ให้คุณเลือกการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งมา 6 ท่าที่ออกกำลังได้ครบทุกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ได้แก่ หลัง อก ขา หน้าท้อง และแขน แบ่งเวลาให้ออกกำลังให้ครบทุกท่าภายในเวลา 30 นาที โดยพักได้ไม่เกิน 1 นาทีต่อครั้ง
หลังจากนั้น อีก 30 นาที ให้คุณออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ 5 นาที พัก 1 นาที ทำจรครบ 5 รอบ จะช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงาน และเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคุณ ควบคู่ไปกับการลดน้ำหนัก

ทริคการลดน้ำหนักที่ 10: นอนให้พอ
การนอนเป็นหัวใจหลักหนึ่งในการลดน้ำหนัก ระหว่างการนอนที่ดีและเพียงพอ ร่างกายจะผลิตเลพทีนลดลง และผลิตเกรลีนมากขึ้น ศึ่งเป็นฮอร์โมนในการควบคุมความหิวและอิ่มของเรา